prachuab the unseen – ep. 1

cover kui buri-RecoveredTrip Highlight

  • ขึ้นเรือ เดินเท้าขึ้นถ้ำพระยานคร
  • ลุยเข้าป่าไปดูช้างกุยบุรี
  • ผาแดง unseen ใหม่ที่เราค้นพบโดยบังเอิญ
  • เดินเที่ยวชุมชนแห่งปลาวาฬ @คลองวาฬ
  • เข้าชมพิพิธภัณฑ์น่ารักชื่อหว้ากอ

เที่ยวหัวหินมาแทบทุกปีแล้ว แต่ก็แทบไม่ค่อยจะได้ไปแตะที่เที่ยวในจังหวัดประจวบเป็นจริงเป็นจังซักครั้ง คราวนี้เราเลยตั้งใจจัดทริปสนองนี้ดกันที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กันซัก 4 วันนะจ๊ะ โดยไฮไลท์หลักๆของเราในทริปนี้ก็คือการมาดูช้างป่าที่จังหวัดกุยบุรี ขึ้นถ้ำพระนครและอีกหลายสถานที่มากมายที่เราตั้งใจจะไปสำรวจกันน

คืนที่ 1

เราสองสาวเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพกันตั้งแต่ตอนเย็นหลังเลิกงาน และไปนอนค้างหนึ่งคืนที่หัวหินกันก่อน เพื่อไม่ให้ต้องขับรถเหนื่อยและเสียเวลาเกินไปในวันรุ่งขึ้น เราเลยเลือกนอนง่ายๆกันที่ Hop-in Hua-Hin ใกล้ตลาดหัวหินมาก สามารถเดินหาของกินได้อย่างง่ายดาย เราเองเคยใช้บริการ Hopp-in ที่อื่นมาแล้ว ก็รู้สึกว่าสะดวกดีให้ความรู้สึกเหมือนนอนดอมเลย ถือว่าเป็นราคาที่ตอบโจทย์มากสำหรับการค้างคืนแบบบัทเจ็ท มาถึงกันก็เกือบห้าทุ่มแล้ว คืนแรกของเราก็จบง่ายๆประการฉะนี้นะค่า

05609CAB-3ED4-48B5-A727-F20016DC0F8AFEA1A746-6EDC-4438-A1D1-581E9CADB515

วันที่ 2

เราตื่นกันแต่เช้าเตรียมตัวเดินทางไปจุดหมายต่อไปของเราต่อไปในวันนี้ นั่นก็คือ “ถ้ำพระยานคร” จ้าา วันนี้ร้อนมากอยากจะบอก ที่ต้องออกเช้าวันนี้เนื่องจากการไปดูถ้ำพระยานครนั้น ควรไปในช่วง 10.30 – 11.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์มากระทบกับศาลาพอดีเพื่อที่จะได้เห็นภาพที่สวยงาม ที่กลายเป็น unseen ของที่นี่ เพราะฉะนั้นการไม่มาเห็นแสงนี้ถือว่ามีความพลาด ซึ่งต้องมีการแพลนเวลาที่ดี

จาก Hop-in ตรงตลาดโต้รุ่งหัวหิน เราขับตรงไปที่ท่าเรือถ้ำพระยานครใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยผ่านเข้ามาทางอุทยานเขาสามร้อยยอด

DSCF8663-2

เมื่อมาถึง สามารถจอดรถได้โดยมีค่าจอดอยู่ที่ 20 บาท จากนั้นสามารถเดินไปที่ท่าเรือ ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องเดินไปตรงไหน สามารถถามเจ้าหน้าที่ได้ เมื่อไปถึงท่าเรือ สามารถจ่ายเงินค่าเรือและค่าเข้าอุทยานพร้อมกันได้เลย
การเข้าถ้ำพระยานครมีสองทาง เนื่องจากหาดถ้ำพระยานครไม่ได้ติดกับชายหาด ต้องอาศัยเรือหรือการเดินลัดเขาหนึ่งลูกเพื่อข้ามมาเท่านั้น การเดินข้ามเขาเทียนลัดเลอะไปซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างมาก มีระยะทางประมาณ 530 เมตร  หรือสามารถเลือกที่จะนั่งเรือหางยาวไปยังหาดแหลมศาลาที่ถ้ำพระยานครตั้งอยู่ โดยเรืออยู่ที่ราคา 400 บาท ไป-กลับ นั่งได้ประมาณ 8 คน ใครที่ขี้เกียจเดินก็อาจจะต้องเสียเงินกันหน่อยเนอะ แต่ถ้าเจอใครมาจอยด้วยอาจจะคุ้มค่าเรือได้เหมือนกัน

DSCF8686-2
ข้างหน้าท่าเรือจำหน่ายบัตรโดยสารเรือและถ้ำพระยานคร

DSCF8687-2

DSCF8671-2
หาดบางปู – ที่ๆเราจะมาขึ้นเรือหางยาวกัน
DSCF8688-2
เห็นภูเขานั่นมั้ย ภูเขาสำหรับคนที่ใช้วิธีเดินนั่นเอง วิวน่าจะสวยน่าดู

 

DSCF8696-2
เรือโดยสาร
DSCF8711-2
เรือที่จะพาเราไปในวันนี้

ไม่นานเราก็ได้ขึ้นเรือหางยาวไปหาดแหลมศาลา นั่งแปปเดียวยังไม่ทันจะได้หายใจดี ก็ถึงหาดแหลมศาลาแล้วจ้า (แต่ถ้าเดินเลาะก็บวกไปอีกชั่วโมงยาวๆเลยนะ) รวมเวลาเดินทางด้วยเรือหางยาวประมาณไม่ถึง 10 นาที

DSCF8719-2
คุณพี่ที่พาเราไปหาจุดหมายของเรา

DSCF8721-2

 

DSCF8722-2
หาดแหลมศาสา – สวย สงบ มีความส่วนตัวมากก

DSCF8725-2

 

DSCF8726-2
ระหว่างรอแขก ก็ตกปลารอชิวๆไปอีก
DSCF8728-2
ใครลงเรือมาสภาพนี้ทุกคน

ลงจากเรือมาขึ้นฝั่ง มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีบริการที่ล้างเท้าให้ เพื่อที่จะได้เดินขึ้นข้างบนต่อได้สะดวกขึ้น แต่ควรพกทิชชู่มาเช็ดเท้าด้วย เดี๋ยวรองเท้าจะเหม็นอับได้ ถึงแม้ว่าเท้าจะเปียกไปบ้างแต่เราก็แนะนำให้ใส่ร้องเท้าผ้าใบนะ เพราะทางเดินขึ้นมีความลำบากแบบที่คิดไม่ถึง ไม่ใช่การเดินสวยๆแน่นอน 555

DSCF8733-2DSCF8734-2

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็พาน้องไกด์คนนึงมาหาเรา บอกว่าเค้าจะช่วยเราในการพาขึ้นไปและเล่าเรื่องประวัติต่างๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของน้องเค้า พวกเราก็โอเคค่ะ น้องเค้าก็พาเรากะเต็งไปด้วยนี่แหละและด้วยความที่เราไม่ได้ศึกษาว่าเส้นทางใช้เวลาเดินทางขนาดไหน ซึ่งพลาดมากเพราะทางมีความทรหดกว่าที่เราคิด 555

DSCF8902-2
น้องผู้ช่วยเราตลอดทาง

จากชายหาดเราจะต้องเดิน 430 เมตรเพื่อเข้าไปในถ้ำ ถึงแม้จะฟังดูชิวๆแต่เมื่อเป็นทางขึ้นซะส่วนใหญ่และมีความชันมากก ไม่ต้องพูดถึงความเปียกที่มาจากฝนเมื่อคืนก่อน ก็ต้องคอยช่วยดูกัน ช่วยดูเพื่อน เดี๋ยวจะล้มไปก่อน รู้สึกเหมือนพาเพื่อนมาทารุณมาก 555

DSCF8743-2

เดินไปเรื่อยๆมีจุดให้เราชมวิวบ้างค่ะ ลิงที่นี่มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะทางด้านล่างของถ้ำ น้องเล่าว่าน้องต้องเดินขึ้นลงประมาณวันละสี่รอบ! รู้สึกเราแก่กันไปเลยอ่ะะ

DSCF8742-2

ขอเล่าคร่าวๆว่า ถ้ำพระยานครอยู่ในถ้ำพระยานคร ตั้งอยู่ในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีไฮไลท์เด่นคือ  “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ในช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านกระจกปล่องของถ้ำลงมา กระทบกับพระที่นั่ง จะมีความสวยงามมาก พระที่นั่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 ทำให้เกิดเป็น หนึ่งใน unseen thailand จนถึงปัจจุบัน

DSCF8732-2

 

DSCF8748-2
ครึ่งทางกับจุดพักชมวิวสวยๆ

DSCF8751-2DSCF8747-2

 

เดินกันไปอยู่ซักพักใหญ่ เวลาล่วงเลยเที่ยงกว่าแล้วยังไม่ถึง T_T ได้แต่หวังว่าแสงจะยังไม่หายไป สุดท้ายเริ่มมีทางให้เดินลงได้บ้างจนมาถึงปากถ้ำซึ่งสวยๆมากๆ

DSCF8754-2
ปีนป่ายกันต่อไป ทางก็ขรุขระประมาณเนี้ย
DSCF8766-2
เริ่มจะมีทางลงเข้าปากถ้ำแล้ว

DSCF8773-2

DSCF8781-2
จำชื่อไม่ค่อยได้แต่น่าจะเรียกว่าน้ำตกแห้ง

เรามาถึงถ้ำประมาณบ่ายโมงนิดๆ ทำให้เราคลาดกับแสงที่ควรจะส่องมาที่พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์พอดี  บอกความรู้สึกได้เลยว่าเสียดายมากกก เพราะพอแสงหายแล้ว ศาลานั้นมืดไปเลย เนื่องจากแสงไม่หักเหไปทางศาลาแต่ไปทางอื่นแทนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความงดงามอยู่มาก ถ้าใครถึงจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวอีกด้วย

 

DSCF8800-2DSCF8817-2

DSCF8831-2
ปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7
DSCF8838-2
จุดขาวเต็มถ้ำที่ไม่แน่ใจเป็นเพราะอะไร

น่าแปลกที่บางส่วนของถ้ำจะมีต้นไม้ขึ้นมา ซึ่งน่าจะเป็นเพราะมีแสงสอดส่องเพียงพอจากรูถ้ำด้านบน จึงมีความสวยงาม ถ้ำข้างนอกก็สวยไม่แพ้กัน การใช้เวลาในถ้ำนั้น แนะนำให้ใช้ให้คุ้มค่าเพราะการเดินทางไม่ง่าย วางแผนการเดินทางกันดีๆ ให้ได้เจอแสงสวยๆ

DSCF8848-2DSCF8868-2DSCF8856-2DSCF8870-2



shortywander kinda tips
– จากประสบการณ์ของพวกเรา แนะนำให้มาถึงท่าเรือถ้ำพระยานครในเวลา 8 โมงครึ่ง – 9 โมงเพื่อเผื่อเวลา
ในการนั่งเรือและการเดินเท้าขึ้นไปบนถ้ำเพื่อจะได้ไม่พลาด ช๊อท highlight ของการมาถ้ำพระยานครใน
ครั้งนี้ เพราะคุณอาจจะขี้เกียจขึ้นมาบนนี้แล้วเพราะมันเหนื่อยมาก!
– สามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ฤดูที่ดีซึ่งควรไปชม คือช่วงฤดูหนาว-ฤดูร้อนราวเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
– ขอแนะนำให้แพลนซัก 3-4 ชั่วโมงล่วงหน้า เพราะใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมากเลยทีเดียว
– เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือ 10.30-11.30 น หลังจากนั้นลำแสงจะยังมีและเปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ แต่ไม่
ควรมาเกินบ่าย 2โมง เพราะลำแสงจะไม่ส่องลงมาในโพรงถ้ำที่สวยงามแล้ว
– ควรไปก่อนเวลา 15.00 น. เพราะถ้ามืดจะทำให้การเดินเท้าในช่วงเขาลูกที่ลำบากและอาจเกิดอันตรายได้

Recap ค่าใช้จ่ายเที่ยวถ้ำพระยานคร
– ค่าจอดรถ 20 บาท
– ค่าเรือไป-กลับ 400 บาท
– ค่าเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท

การเดินทางมาถ้ำพระยานคร
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มาถึงอำเภอปราณบุรี จะมีแยกซ้ายอีกประมาณ 37 กิโลเมตร เข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ไปยังหาดบางปูซึ่งเป็นจุดขึ้นเรือ และจุดเริ่มเดินเท้าไปยังหาดแหลมศาลา

2. รถโดยรถประจำทาง
  ลงรถที่อำเภอปราณบุรี แล้วต่อรถสองแถวสายปราณบุรี-บ้านบางปู จากบ้านบางปูเหมารถสองแถวไปส่งที่ทำการอุทยานฯ

3. การเดินทางโดยรถไฟ
  รถไฟ ขบวนรถไฟธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ หรือ ธนบุรี-หลังสวน ลงรถที่สถานีรถไฟสามร้อยยอด ต่อรถสองแถวสายปราณบุรี-บ้านบางปู (ขึ้นรถได้ที่หน้าสถานีรถไฟ) เมื่อถึงบ้านบางปูหารถเช่าไปอุทยานฯ

** จากหาดบางปูนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยทางเรือไปยังหาดแหลมศาลาซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำพระยานคร โดยเช่าเรือ โดยติดต่อยังซุ้มของที่ทำการอุทยาน ลำละ 400 บาท นั่งได้ประมาณ 7-8 คน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมอุทยาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที จะถึงหาดแหลมศาลา จากชายหาดมีทางเดินขึ้นเขาไปยัง หาดแหลมศาลาประมาณ 400 เมตร หลังจากนั้นเดินขึ้นถ้ำพระยานครไปอีก 430 เมตร ควรไปก่อนเวลา 15.00 น. เพราะถ้ามืดจะทำให้การเดินเท้าในช่วงเขาลูกที่ลำบากและอาจเกิดอันตรายได้


ช้าก่อน วันของเรายังไม่จบ!! ถึงแม้แบตตอรี่ในตัวเราจะเริ่มหายไปประมาณเกินครึ่งจากการปีนป่ายและความร้อนระอุของวันนี้ เพราะเรามีอีกภารกิจสำคัญที่เราตั้งตารอคอยมากอีกอย่างหนึ่งในวันนี้ “การไปดูช้างป่าที่กุยบุรี” กันจ้าา โดยมีระยะทางห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง เราเดินทางออกจากแถวถ้ำพระยานครก็ 3 โมงกว่าแล้วว จะทันใช่มั้ยยย T_T

ถ้าพูดถึงการดูช้าง คุณจะนึกถึงที่ไหนเป็นอันดับแรก? ปางช้าง สวนสัตว์หรือต้องไปถึงแอฟริกาใต้ แท้ที่จริงแล้วเรามีแหล่งดูช้างที่สมบูรณ์สุดที่หนึ่งในประเทศไทย ที่ๆทำให้เรารู้จักกับ “กุยบุรี” ตลกดีที่เรามารู้จักที่นี่จากบริษัททัวร์ที่ขายแพจเกจนี้ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากนั้นที่นี่กลายเป็น dream destination ของเราไปซะอย่างงั้น ทั้งๆที่เราเป็นคนไทย ทำไมเราไม่เคยรู้จักที่นี่มาก่อน!?!

DSCF8910-2DSCF8920-2

เราเดินทางมาถึงประมาณ 4 โมงกว่า ฟ้าแอบครึ้มๆมา ทางสวยมากก ด้วยความที่เรามาช่วงบ่ายๆแก่แล้ว โดยคนส่วนใหญ่จะมากันตั้งแต่บ่ายโมง ทำให้มีคนเหลือไม่เยอะสำหรับตัวหาร แต่ดันหันไปเจอคู่ฝรั่งสองคนที่มาด้วยกัน เราเลยตัดสินใจชวนเค้าไปด้วยกันจะได้มีตัวหารมากขึ้น ทั้งสองคนเป็นนักท่องเที่ยวด้วยกันทั้งคู่ ผู้หญิงเป็นชาวสก๊อตแลนด์ส่วนผู้ชายเป็นหนุ่มออสซี่ ซึ่งได้ไปเจอกันและตกหลุมรักกันระหว่างทำทริปโซโล่ โรแมนติคสุด อะไรสุด!

นั่งรอไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ขับรถมาพร้อมรถปิ๊กอัพหนึ่งคัน ถึงเวลาเตรียมลุย!! ค่ารถที่จะเข้าไปในอุทยานราคาอยู่ที่ 800 บาท และค่าเข้าอุทยานอีก 25 บาท เราค่อนข้างตื่นเต้น เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์หลักๆที่เรามาประจวบฯในครั้งนี้เลย

DSCF8935-2

เจ้าหน้าที่จะมีมีดและปืนอยู่กับตัวเองตลอด เผื่อเป็นการป้องกันอันตรายกับทางเรา รถขับลึกเข้าป่าไปเรื่อยๆ มีรถวนมาบ้างเป็นครั้งคราว ซักพักเราเห็นมีรถข้างหน้าหยุด เงียบกันมาก รถทางเราจึงหยุดวิ่งและดับเครื่อง พี่ๆเลยบอกเราว่าช้างกำลังเดินมา เราก็เป็นล่ามบอกฝรั่งไปด้วย ซักพักเห็นเงาตะคุ่มๆจากป่า มาจริงๆจ้าา มาสองตัว กำลังเดินหาอาหารอยู่ เห็นชัดมาก ด้วยความที่พกเลนส์ซูมมาเลยได้ภาพมาด้วย ฝรั่งก็ amazing thailand ไปแล้วเรียบร้อย เค้าบอกว่าเค้าไม่เคยเห็นช้างใกล้ๆจากป่าได้ขนาดนี้ เค้าดีใจมากก

DSCF8925-2DSCF8929-2

รถจอดอยู่ซักพักใหญ่จนช้างเริ่มเดินจากไป รถแต่ละคันก็ได้เดินทางต่อ พี่ป่าไม้ได้จอดรถอีกครั้งตรงจุดชมช้างจุดแรกที่มักจะมีกระทิงมาด้วย ที่นี่ช้างกับกระทิงอยู่กันได้สบายมาก ส่วนใหญ่ประทิงจะอยู่ป็นฝูงสามารถเห็นได้เจน

DSCF8942-2DSCF8956-2

มีหลายครั้งที่เราสามารถเห็นช้างใกล้ๆตัวเป็นๆ ถึงแม้จะต้องรักษาระยะห่างแต่เราก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เราได้เห็นช้าง นี่ไม่ใช่ช้างที่เราเห็นตามสวนสัตว์หรือช้างที่คนนำมาใช้งาน ขี่ช้างหรือการแสดงอะไรก็แล้วแต่ เพราะนี่คือช้างจากป่าจริงๆ

DSCF8965
เจอหมาจิ้งจอกระหว่างทางตัวเป็นๆ!

ยิ่งมืด ช้างป่าก็ยิ่งออกมาหาอาหาร ยิ่งได้เห็นมากขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกด้วยว่าที่นี่มีห้องรับรองสามารถพักได้ ถ้าใครอยากมาพัก เค้าสามารถมาเที่ยวชมอุทยานได้มากกว่านี้เยอะมาก ฟังแบบนี้คราวหน้าต้องมาจัดซ้ำ! ระหว่างเจอสุนัขจิ้งจอก เจอนกสวยๆเยอะเหมือนกัน รู้สึกได้เลยว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และเรามีความตั้งใจที่จะคอยฟื้นฟูและดูแลป่าไม้นี้ให้อยู่ต่อไป

DSCF8981
เหล่ากระทิง

DSCF8971

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังเล่าด้วยว่าที่นี่มีเสือหรือสัตว์อื่นอีกมากมาย แต่ลึกเกินกว่าจะเห็นได้ บางทีทางเจ้าหน้าที่ได้นำพวกกล้องวิดีโอซ้อนไว้เพื่อดูความเป็นไปของสัตว์ ก็มีเจอแจคพอตบ้าง ส่วนใหญ่พวกนี้จะอยู่ไกล ไม่อยากเข้ามาใกล้ถิ่นฐานคน คงมีแค่เราที่ตั้งใจจะบุกรุกเค้า

DSCF8990-2DSCF8994-2DSCF9001-2

DSCF9004-2
พี่เจ้าหน้าที่ป่าไม้และคุณลุงคนขับรถที่สุดแสนจะใจดีและพาเราชมช้างป่าได้คุ้มสุดๆ

ก่อนเราจะต้องกลับไปที่ทำการ เนื่องจากเป็นรถคันสุดท้าย พวกเราเรียกว่าแจคพอตมากเพราะตรงจุดชมช้างจุดแรกตอนนี้มีช้างมากกว่า 20 ตัวในระยะใกล้มากๆ! ช้างเป็นฝูงกำลังเล่นกัน ลูกช้างคลอเคลียอยู่กับแม่ เป็นภาพที่เราเห็นแล้วมีความสุขและรู้สึกสงบมาก มันเป็นบรรยากาศที่เงียบ ไม่มีใครพูดคุยกันเพราะทุกครจ้องมองภาพตรงหน้า เหมือนเป็นภาพที่เติมเต็มหัวใจเราไปแล้วที่เห็นช้างมีความอิสระ มีความสุข และที่สำคัญคือ ดีใจที่ประเทศไทยยังมีป่าที่สมบูรณ์และเจ้าหน้าที่ที่คอยรักษาดูแลป่าไม้ของเราให้อยู่ได้ต่อไป

DSCF9005-2DSCF9006-2

การมากุยบุรีครั้งนี้ เป็นความรู้สึก mission accomplished มาก เพราะถึงแม้เราจะเป็นรถกระบะคันสุดท้าย แต่เราเป็นคันที่ได้เห็นอะไรเยอะที่สุด เค้าเรียกว่า มาช้าแต่ชัวร์นะจ๊ะ 555 บอกตรงๆว่าประทับใจที่นี่มากและอยากกลับมาอีก ทั้งเจ้าหน้าที่ บรรยากาศ ต้นไม้และทุกอย่าง มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ เรายืนดูช้างกันเงียบๆเพราะไม่มีใครอยากให้ช้างหนี ทุกคนตั้งใจมอง ตั้งใจดูจริงๆ

DSCF9007-2

DSCF9014-2
น้องช้างดูมีความสุขมาก เห็นแล้วเราก็ปลื้มใจแทน
DSCF9021-2
น้องนกก็มา มาช่วยกินแมลงที่มาตอมน้องช้าง

shortywander kinda tips
– สำหรับท่านที่ต้องการชมช้างอย่างเต็มอิ่ม สามารถเหมารถกระบะได้ โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ทางด้านหน้าได้เลย โดยรถหนึ่งคันราคาอยู่ที่ 850 บาท
– ถ้าหลงทางหรือไม่แน่ใจว่าควรเข้าไปอย่างไร สามารถโทรหาเจ้าหน้า
ที่เบอร์นี้ได้ที่: 081-776-2410 หรือ 032-510453
– เวลาที่เหมาะสมในการชมช้างป่าคือ 15.00-18.00 ยิ่งเย็นยิ่งดีเพราะช้างจะออกมาหากิน
เยอะกว่าในช่วงเย็น

Recap ค่าใช้จ่ายเที่ยวถ้ำพระยานคร
– ค่าเข้าอุทยาน แบ่งเป็น คนไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100  บาท
– ค่ารถปิ๊กอัพเข้าชมช้างป่า 800 บาท (นั่งได้ประมาณ 8-10 คน) สามารถแชร์ได้

การเดินทางชมช้างป่ากุยบุรี
จากด่านทางเข้าสู่หน่วยป่ายางเป็นทางลูกรังอัดแน่น ในฤดูฝนมีการข้ามห้วยสองถึงสามครั้ง รถที่ใช้เดินทางควรจะเป็นรถที่มีช่วงล่างแข็งแรงและสูงพอสมควรแต่ไม่จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ จากหน่วยป่ายางทางวนรอบพื้นที่โครงการพระราชดำริระยะทาง 5 กิโลเมตรเป็นทางลูกรังสลับทางดินที่ค่อนข้างนิ่ม ในฤดูฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ


ออกจากจุดชมช้างไปประมาณ 6 โมงกว่า ทางเริ่มมืดแล้ว แต่เรายังมีที่ๆต้องไปต่อ นั่นก็คือเราจะไปพักกันที่อำเภอคลองวาฬจ้าา จากจุดชมช้างเราต้องขับรถไปอีกชั่วโมงกว่าๆ ผ่านงานวัดหน้าเข้ามากก แต่กลัวจะดึกเกินไป

สุดท้ายเรามาถึงคลองวาฬประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ หลังจากหิวโหยมานานจากการผจญภัยทั้งวัน เราเลยไปนั่งทานข้าวร้านที่คุณลุงเจ้าของแนะนำกันมาใกล้ๆที่พักดูกับร้านชื่อศศิการต์ซีฟู้ต ซึ่งเป็นร้านค่อนข้างขึ้นชื่อของที่นี่ อาหารอร่อยดีค่ะ แนะนำให้มาโดนกันน

0CE5DAAA-36DD-4FB5-AA3D-B6A381941B16620376F1-5A44-4D1D-BFAC-29718DB45242


ร้านศศิกานต์ซีฟู้ต
ที่อยู่: ตรงข้ามประมงคลองวาฬ อ.เมือง จ. ประจวบคีรีขันธ์
เบอร์ติดต่อร้าน: 032-661-1122, 084-130-2319
เวลาเปิด-ปิด: 9.00-21.00 ทุกวัน


ติดตามตอนต่อไปของทริป prachuab the unseen ได้ใน ep.2 เร็วๆนี้นะจ้า รอแปปนึงกำลังปั่นน้า ^^

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *